โรคความดันโลหิตต่ำ โรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิต เป็นเครื่องแสดงสมรรถภาพของระบบไหลเวียนโลหิต และการทำงานของหัวใจ
การวัดความดันโลหิตคือการวัดแรงดันที่เกิดจากหัวใจบีบตัว เพื่อดันโลหิตในหัวใจและหลอดเลือดแดงใหญ่ออกไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ค่าของความดันโลหิตจะวัดเป็นตัวเลขสองค่า เช่น 120/80
ตัวเลขหน้า คือ ค่าความดันขณะ หัวใจบีบตัว
ตัวเลขหลัง คือ ค่าความดันขณะหัวใจคลายตัว
ค่าปกติประมาณ 110/70 – 120/80 มิลลิเมตรปรอท

ปัจจัยที่มีผลต่อความดันโลหิต
ค่าความดันโลหิตของคนปกติขณะพัก แตกต่างกันได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ อายุ เพศ เชื้อชาติ สภาพภูมิอากาศรอบตัว อิริยาบถ และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

โรคความดันโลหิตต่ำ โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตต่ำ หมายถึง ภาวะที่มีความดันโลหิตต่ำกว่า 90/50 มิลลิเมตรปรอท
สาเหตุ
1. ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน
2. จากโรคหรือความผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย ได้แก่
– การพักผ่อนไม่เพียงพอ
– การขาดอาหาร
– โลหิตจาง และมีการสูญเสียโลหิตจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ริดสีดวงทวาร
3. ความดันต่ำจากการปรับตัวของร่างกายไม่ทัน เวลาเปลี่ยนท่า +อาการ
– อ่อนเพลีย
– เหนื่อยง่าย
– วิงเวียนศีรษะ
– หน้ามืด เป็นลมบ่อย ๆ
– หน้ามืด เวลาเปลี่ยนอิริยาบถต่าง ๆ เช่น จากท่านอนเป็นท่านั่งเร็ว ๆ

อันตรายของความดันโลหิตต่ำ
ความดันโลหิตต่ำเกินไป จะทำให้การไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ ของร่างกายไม่ทัน ทำให้ขาดอาหาร ออกซิเจน และการถ่ายเทขอเสียไม่ทัน โดยเฉพาะเซลล์ของสมอง กล้ามเนื้อหัวใจ และไตซึ่งมีความสำคัญมาก
ต่อร่างกาย ถ้าความดันโลหิตลดลงต่ำมาก จะทำให้อวัยวะดังกล่าวขาดออกซิเจน อาจทำให้เป็นลม ช็อคและเสียชีวิตได้

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีความดันต่ำ/การักษาตัวเอง
1. รับประทานอาหารที่มีคุณค่า ให้ครบทั้ง 5 หมู่
2. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง
3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเพิ่ม ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือด
4. การเปลี่ยนอิริยาบถ หรือการเปลี่ยนท่าควรทำช้า ๆ เพื่อให้ร่างกาย ปรับตัวได้ทันและป้องกัน มิให้เกิดอาการหน้ามืด

โรคความดันโลหิตสูง หมายถึง ภาวะที่มีความดันโลหิตวัดได้มากกว่า 140/90 มม.ปรอท
สาเหตุ
1. ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน พบ 80-90% ความดันโลหิตสูง แบบนี้มักพบ มากใน
– คนอ้วน
– ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารเค็มจัด
– ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่และดื่มสุรา
– คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
– ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะและมีความเครียด
– คนสูงอายุ
2. จากโรคอื่น ๆ เช่น โรคไต และโรคของหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงที่เกิดจากโรคอื่น ๆ นี้ พบได้ 10-20 %

อาการ
ในรายที่มีอาการเด่นชัดจะมีอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ นอนไม่หลับเหนื่อยหอบเวลาออกกำลังกาย และเจ็บแน่นหน้าอก

อันตรายจากความดันโลหิตสูง
1. เส้นเลือดในสมองแตก ทำให้โคม่า หมดสติ เป็นอัมพาตทั้งตัว หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
2. ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักออกแรงบีบตัวมากกว่าปกติ จนหัวใจโตและเกิดหัวใจวายหรือ หัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยง
ได้ง่าย
3. ทำให้เกิดโรคไต เนื่องจากเส้นเลือดจะอุดตันได้ง่าย ทำให้ไตขาดเลือด ไปหล่อเลี้ยง

ข้อแนะนำสำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง/การรักษาตัวเอง
1. ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยอาจจะต้องรับประทานยาเพื่อควบ คุมความดันโลหิต การหยุดยา ควรอยู่ในการพิจารณา ของแพทย์ แม้จะไม่มีอาการแล้วก็ตาม
2. ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะ ๆ ทุกเดือน
3. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม บุหรี่ และสุรา
4. หลีกเลี่ยงน้ำชาหรือกาแฟ ถ้ามีอาการใจสั่น
5. ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรลดน้ำหนัก (โดยลดอาหารมัน ของหวาน ของทอดด้วยน้ำมัน อาหารพวกแป้ง)
6. รับประทานผักผลไม้และอาหารที่มีกากเป็นประจำ เพื่อป้องกันท้องผูก
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด (ไม่ควรออกกำลังกาย ชนิดที่ต้องใช้แรงเบ่ง เช่น การยกน้ำหนัก)
8. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส และคลายความเครียด
9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่มีอันตราย ในปัจจุบันพบว่า โรคหัวใจซึ่งมีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่ก่อให้เกิดการตายของประชากรสูงเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น การตรวจสุขภาพ และวัดความดันโลหิต เป็นประจำจะช่วยป้องกันและลดอันตรายเหล่านี้ลงได้